Black Ribbon Top Left
การป้องกันโรค

พยาธิใบไม้ตับ รู้ทันได้ ไม่ตื่นตระหนก

รู้จักพยาธิใบไม้ตับ อาการที่ควรสังเกต และวิธีป้องกันเมื่อต้องระวังอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ

เมนูปลาร้า ลาบปลาดิบ ก้อยปลา หรือปลาน้ำจืดดิบและสุก ๆ ดิบ ๆ อาจซ่อนความเสี่ยงของพยาธิใบไม้ตับโดยไม่รู้ตัว หากรับประทานเป็นประจำ ควรรู้แหล่งเสี่ยง สังเกตอาการ และเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เมื่อมีความกังวล เพื่อประเมินความเสี่ยงและดูแลสุขภาพตับในระยะยาว

คืออะไร

พยาธิใบไม้ตับเป็นพยาธิตัวแบน รูปร่างคล้ายใบไม้ เมื่อร่างกายได้รับตัวอ่อนพยาธิเข้าไป ตัวอ่อนจะเดินทางจากกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กย้อนขึ้นไปตามท่อน้ำดีของตับ จึงเป็นโรคที่ควรรู้ทัน แต่ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก

  • ตัวพยาธิอาศัยอยู่ในทางเดินน้ำดีของตับ
  • พยาธิอาจแย่งสารอาหาร วางไข่ และมีชีวิตอยู่ได้นานหลายปีหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
  • กลุ่มเสี่ยงคือผู้ที่กินปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เป็นประจำ เช่น ก้อยปลา ลาบปลาดิบ หรือเมนูปลาร้าบางรูปแบบที่ไม่ผ่านความร้อนเพียงพอ

อาการ

หลายคนอาจไม่มีอาการชัดเจนในช่วงแรก แต่หากมีความเสี่ยงจากการกินอาหารดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ ควรสังเกตอาการที่เกี่ยวกับช่องท้อง ตับ ถุงน้ำดี และท่อน้ำดี

  • ปวดท้องบริเวณชายโครงขวา หรือแน่นท้อง อืดอัด
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลีย
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง คันตามตัว
  • ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ไข้หนาวสั่น

การป้องกัน

การป้องกันพยาธิใบไม้ตับเริ่มจากการกินอาหารปรุงสุก สะอาด ล้างมือ และตรวจสุขภาพเมื่อมีความเสี่ยง

  • กินอาหารปรุงสุกใหม่ โดยเฉพาะเมนูปลาน้ำจืด
  • หลีกเลี่ยงอาหารดิบ สุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ก้อยปลา ปลาน้ำจืดดิบ หรือเมนูที่ไม่ผ่านความร้อนเพียงพอ
  • ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร
  • หากรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ เป็นประจำ ควรตรวจอุจจาระหาไข่พยาธิ อัลตราซาวด์ตับ และตรวจสุขภาพประจำปีตามคำแนะนำของแพทย์
  • ไม่ควรซื้อยาถ่ายพยาธิมารับประทานเอง ควรให้แพทย์จ่ายยาในปริมาณที่ถูกต้อง

บทความนี้เป็นข้อมูลสุขภาพเบื้องต้น ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์ หากมีอาการผิดปกติควรปรึกษาแพทย์

ตะกร้า